For Thai readers:

About Autism Wikipedia
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โรคออทิซึม: (อังกฤษAutism) เป็นความผิดปกติในการเจริญของระบบประสาท โดยมีลักษณะเด่นคือความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและการสื่อสาร และมีพฤติกรรมทำกิจกรรมบางอย่างซ้ำๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้มักเรียกกันว่าผู้ป่วยออทิสติก อาการแสดงดังกล่าวมักปรากฏในวัยเด็กก่อนอายุ 3 ปี[6]นอกจากนี้ยังมีความบกพร่องด้านสังคมและการสื่อสารที่จัดในกลุ่มใกล้เคียงโรคออทิซึม เรียกว่า Autism spectrum disorder (ASD) อาทิกลุ่มอาการแอสเปอร์เจอร์ (Asperger syndrome) ที่มีอาการและอาการแสดงน้อยกว่า[4]
โรคออทิซึมมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมอย่างมาก แม้ว่าการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจะมีความซับซ้อนและยังไม่สามารถอธิบายกลุ่มอาการ ASD ได้จากปฏิสัมพันธ์หลายยีนหรือการกลายพันธุ์[7] ผู้ป่วยจำนวนน้อยพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับสารก่อวิรูป (สารที่ก่อให้เกิดความผิดปกติแต่กำเนิด) [8] บางแหล่งข้อมูลเสนอสาเหตุของโรคออทิซึมไว้หลากหลาย เช่น การให้วัคซีนในวัยเด็ก ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันในปัจจุบัน และสมมติฐานดังกล่าวยังขาดหลักฐานที่เชื่อถือได้ทางวิทยาศาสตร์[9] ความชุกของกลุ่มอาการ ASD เกิดราว 6 ใน 1,000 คน และเป็นในเด็กชายเป็น 4 เท่าของเด็กหญิง จำนวนผู้ป่วยที่ป่วยด้วยโรคออทิซึมพบว่าเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 ทั้งนี้บางส่วนเนื่องจากการเปลี่ยนวิธีการวินิจฉัย แต่ความชุกแท้จริงเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นยังไม่เป็นที่ทราบ[10]
ผู้ป่วยโรคออทิซึมมีความผิดปกติที่หลายส่วนของสมองซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุ ผู้ปกครองมักสังเกตอาการผู้ป่วยได้ในช่วงอายุ 2 ขวบปีแรก แม้ว่าการบำบัดด้วยพฤติกรรมและการรับรู้โดยนักกายภาพบำบัดและนักจิตวิทยาคลินิกตั้งแต่เยาว์วัยจะช่วยพัฒนาให้ผู้ป่วยดูแลตนเอง มีทักษะด้านสังคมและการสื่อสารได้ แต่การรักษาที่แท้จริงยังไม่เป็นที่ทราบ[4] เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้น้อยรายที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระหลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แต่ก็มีบางส่วนที่ประสบความสำเร็จ[11]
สาเหตุ[แก้]เป็นที่เชื่อกันมานานว่ามีสาเหตุแรกเริ่มสาเหตุหนึ่งของอาการสำคัญทั้งสามอย่างของโรคออทิซึม โดยสาเหตุอาจเป็นสาเหตุในระดับพันธุกรรม ระดับสติปัญญา หรือระดับเซลล์ประสาท อย่างไรก็ดี ในภายหลังเริ่มเป็นที่สงสัยว่าโรคออทิซึมเป็นโรคที่สาเหตุซับซ้อน โดยอาการแต่ละด้านมีสาเหตุที่แตกต่างกันแต่เกิดและพบร่วมกันบ่อย เป็นต้น
โรคออทิซึมมีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมเป็นอย่างมาก ถึงแม้พันธุศาสตร์ของโรคออทิซึมจะมีความซับซ้อน และยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าโรคเหล่านี้เกิดจากการกลายพันธุ์ตำแหน่งเดียวที่พบได้น้อย แล้วการกลายพันธุ์ตำแหน่งเดียวนี้ทำให้เกิดผลหลายๆ อย่างตามมา หรือ เกิดจากการกลายพันธุ์หลายๆ ที่ ที่แต่ละตัวมีโอกาสพบได้บ้าง แต่การเกิดพร้อมๆ กันนั้นพบได้น้อย แล้วปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนหลายๆ ยีนนี้ทำให้เกิดอาการของโรค ความซับซ้อนนี้เกิดจากการที่ยีนแต่ละยีน ปัจจัยสิ่งแวดล้อม และการถ่ายทอดแบบอีพิเจเนติกส์ (ผลที่เกิดกับลักษณะแสดงออก ที่ถ่ายทอดได้ ที่ไม่ได้มาจากรหัสพันธุกรรม แต่มาจากปัจจัยอื่นๆ ที่ควบคุมการแสดงออกของพันธุกรรม) ต่างมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน การวิจัยด้วยการหาลำดับพันธุกรรมทั้งหมดของผู้ป่วยและญาติ ทำให้มีการค้นพบยีนหลายๆ ยีน ที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคออทิซึม แต่เพียงเท่านี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ายีนเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิดโรค
การวิจัยกับฝาแฝดได้ผลว่าโรคออทิซึมมีค่าดัชนีการถ่ายทอดอยู่ที่ 0.7 และสำหรับโรคอื่นๆ ในกลุ่มโรคออทิซึมสเปกตรัมมีค่าดัชนีการถ่ายทอดสูงถึง 0.9 คนที่มีพี่น้องเป็นโรคออทิซึมมีโอกาสเป็นโรคนี้มากกว่าคนทั่วไป 25 เท่า อย่างไรก็ดี ลักษณะการถ่ายทอดของพันธุกรรมโรคออทิซึมนี้ยังไม่เข้ากับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมแบบยีนเดี่ยว (แบบเมนเดล) หรือเกิดจากความผิดปกติที่ตรวจได้ในระดับโครโมโซม แม้แต่โรคทางพันธุกรรมที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดออทิซึมสเปกตรัม ก็ยังไม่พบว่ามีโรคใดที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้ได้โดยจำเพาะ
ASPERGER'S Test
Unique Thai perspective of ASperger's or ASD
​ภาวะออทิสซึม (Autism Spectrum Disorder)
โดย นพ. ชัยสึก จิวะธนะพร

 
คู่สมรสที่อยากมีบุตรหลายคู่ เมื่อพร้อมที่จะมีบุตร มักจะเกิดความกังวลว่าลูกที่เกิดออกมา จะมีความผิดปกติทั้งทางด้านร่างกาย และสติปัญญาหรือไม่ เช่นกลุ่มอาการดาวน์ ความพิการทางสมอง โรคหัวใจ สมาธิสั้น ภาวะออทิสซึม เป็นต้น บางโรคเราสามารถที่จะทำการตรวจคัดกรองได้ก่อนที่เด็กจะคลอดออกมาเช่น กลุ่มอาการดาวน์ โรคหัวใจ แต่บางโรคบางภาวะก็ไม่สามารถจะตรวจได้ก่อน ต้องใช้การวินิจฉัยเมื่อมีอาการแสดงเกิดขึ้นแล้ว ปัจจุบันภาวะที่มีพบได้มากขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาค่อนข้างมากต่อผู้ปกครองในการเลี้ยงดูก็คือ ภาวะออทิสซึม
 
ภาวะออทิสซึม คืออะไร
 
ภาวะออทิสซึม ( Autism ) คือ ความบกพร่องของพัฒนาการในหลายๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาษา การติดต่อสื่อสาร ทักษะทางด้านสังคม การสร้างปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ
 
เด็กที่มีภาวะออทิสซึมมักจะแสดงอาการ หรือพฤติกรรมซ้ำๆ เช่น กระโดด โยกตัว หรือให้ความสนใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป ทำกิจวัตรเดิมๆ มีการตอบสนองต่อระบบประสาทสัมผัสต่างๆ มากเกินไปหรือน้อยเกินไป เช่น ทนต่อความเจ็บได้มากกว่าปกติ ในบางรายอาจซนมากกว่าปกติ หุนหันพลันแล่น ไม่กลัวอันตราย มีปัญหาด้านการนอน ระดับความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ความบกพร่องดังกล่าวนี้มักจะแสดงให้เห็นตั้งแต่ในช่วง 3 ปีแรกของเด็ก
 
 สาเหตุของภาวะออทิสซึม
 
ในปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบว่าสาเหตุของภาวะออทิสซึมเกิดจากอะไรแน่นอน แต่จากการศึกษาเชื่อว่า เกิดจากการที่สมองมีสารสื่อประสาทบางตัวที่มีความผิดปกติ ทำให้ความบกพร่องในการประมวลผลและบูรณาการด้านประสาทสัมผัส ส่งผลให้เด็กมีพัฒนาการและพฤติกรรมที่ผิดปกติ
 
พันธุกรรมก็เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เด็กมีภาวะออทิสซึม จึงพบเด็กที่มีพี่น้องที่เป็นออทิสซึม จะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นด้วยเหมือนกัน เด็กผู้ชายจะมีความเสี่ยงมากกว่าเด็กผู้หญิง ปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถรักษาภาวะนี้ให้หายขาดได้
 
 เมื่อไหร่ควรสงสัยว่าจะเป็นภาวะออทิสซึม
 
เด็กที่เป็นออทิสซึม มักจะมีสัญญาณและอาการบกพร่องในเรื่องของการใช้ภาษา การสื่อสาร การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น
 
ด้านการสื่อสารและภาษา
- อายุ 1 ขวบไม่รู้จักชื่อตัวเอง
- อายุ 2 ขวบ ยังไม่พูดคำที่มีความหมายหรือพูดได้น้อยมาก
- พูดซ้ำๆโดยไม่มีความหมาย พูดเรื่อยเปื่อย ใช้ภาษาที่เข้าใจเองคนเดียว
- ไม่เข้าใจคำสั่งหรือคำถามง่ายๆ
- ไม่สามารถบอกความต้องการของตนเองได้
 
ด้านทักษะการเข้าสังคม 
- ไม่สนใจคนอื่น ชอบแยกตัวเล่นคนเดียว ไม่สนใจเล่นกับใคร เล่นกับเพื่อนไม่เป็น
- ไม่มองหน้า ไม่สบตาผู้อื่น แต่ชองมองพัดลม หรือล้อรถที่หมุน หรือมองไฟบนเพดาน
- ไม่ชอบให้ใครมาสัมผัสถูกตัว
- ไม่สามารถเลียนแบบการกระทำของคนอื่นได้
- ไม่สามารถช่วยตนเองให้พ้นจากอันตรายต่างๆได้
 
ด้านพฤติกรรม อารมณ์ การเล่น 
- เด็กจะแสดงพฤติกรรมซ้ำๆ เช่นสะบัดมือ หมุนตัว โยกตัว หรือเคลื่อนไหวตลอดเวลา
- ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง เช่นถ้าตารางเวลาในชีวิตประจำวันเปลี่ยนไป เด็กจะหงุดหงิดและอดทนยอมรับการเปลี่ยนแปลงไม่ได้
- มีอารมณ์แปรปรวนง่าย เมื่อถูกขัดใจจะมีการแสดงอารมณ์มากกว่าปกติ เช่น กรีดร้อง ตี หยิก กัดผู้อื่น เอาหัวโขกพื้นหรือลงไปนอนดิ้นเป็นเวลานานๆ
- ให้ความสนใจหรือหมกมุ่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตัวเลขหรือสัญลักษณ์ เช่น ป้ายทะเบียน แผนที่ ยี่ห้อรถ
- ติดของที่แปลกๆ เช่น ชอบถือช้อนส้อม กุญแจ หลอด
- เล่นของเล่นไม่เป็น ไม่ถูกตามลักษณะของของเล่นนั้นๆ
- เล่นอะไรที่แปลก เช่นหมุนล้อรถแล้วนั่งมอง แทนที่จะนำรถไถไปเหมือนเด็กปกติ
- เล่นสมมติไม่เป็น
 
อาการดังกล่าวต้องดูหลายๆอย่างรวมกัน ไม่ใช่ว่ามีอาการบางข้อแล้วจะเป็นภาวะออทิสซึมเสมอไป
 
 พ่อแม่ควรทำอย่างไรเมื่อสงสัยว่าลูกมีภาวะออทิสซึม
 
เมื่อคุณพ่อคุณแม่สังเกตพบพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าจะเป็นออทิสซึม ไม่ควรละเลยหรือนิ่งนอนใจ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทางด้านพัฒนาการเด็ก หรือจิตเวชเด็กเพื่อทำการวินิจฉัย โดยทั่วไปกว่าแพทย์จะให้การวินิจฉัย อาจจะต้องคอยสังเกตอาการและพฤติกรรมเด็กเป็นเดือนๆ หรือบางรายอาจจะเป็นปี
 
 สามารถตรวจภาวะออทิสซึมก่อนที่จะตั้งครรภ์หรือคลอดได้หรือไม่
 
เนื่องจากปัจจุบันนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอนของภาวะนี้ ดังนั้นจึงยังไม่สามารถให้การวินิจฉัยโรคก่อนที่จะท้องหรือคลอดบุตรออกมาได้
Common Traits of ASPERGER'S
Positive traits
Negative Traits
Loyal
Don't understand social ques (facial expressions)
Genius
Obsessive
Love routine
Appear to lack empathy
May choose formal speech to common speech
Slow development of speech
1 or 2 topics of major interest
One sided conversations (just processing thoughts)
Very direct, very honest
Avoid eye contact, or stare
Intellectual personality
Clumsy, walk strangely, trouble with pen, fork, or tools
Sensitive to taste, light, sound, textures (may be useful)
Distracted by light, sound, texture, smell
Specific interests commonly scientific in nature
live by personal rules, force others to follow
High chance of success in university, and career 
Likely problems with co-workers/ customers